Monthly Archives: November 2015

52

เมอรี่ สุนัขฮีโร่ปกป้องเจ้านายจนถูกโจรยิง

เมอรี่ สุนัขสุดกล้าหาญ พยายามเห่าไล่โจรจนตัวเองถูกยิง และนั่นทำให้เจ้านายสามารถหนีเอาชีวิตรอดได้

หน่วยงานสงเคราะห์สัตว์ Cape of Good Hope SPCA เผยเรื่องราวสุดหาญกล้าของเจ้าตูบตัวหนึ่ง ที่แม้ว่าจะไม่ใช่สุนัขดุและตัวก็ไม่ได้ใหญ่ แต่เมื่อที่บ้านถูกโจรบุกมันก็ไม่นิ่งเฉย พยายามไล่โจรจนตัวเองถูกยิงที่ขา และจังหวะนั้นเองที่ทำให้สมาชิกในบ้านส่วนหนึ่งสามารถหนีจากการถูกยิงได้

เจ้าเมอรี่เป็นอดีตสุนัขจรจัดในเมืองเคปทาวน์ แอฟริกาใต้ ชีวิตมันโชคดีที่วันหนึ่งมันเจอคนใจดีครอบครัวหนึ่งนำมันไปเลี้ยงที่บ้าน แน่นอนมันผูกพันและภักดีกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว เพราะถือว่าเป็นเจ้าของมัน จึงไม่แปลกที่เมื่อมีภัย มันจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตเจ้านายทุกคน

ในวันแห่งความสลดใจ คนร้ายกลุ่มหนึ่งได้บุกเข้ามาในบ้านพร้อมกับอาวุธ และเมื่อคนร้ายเผชิญหน้ากับคนในบ้าน เจ้าเมอรี่ก็มายืนอยู่ตรงหน้าคนร้าย มันเห่าอย่างสุดเสียงหวังจะให้คนร้ายล่าถอยไป แต่โดยไม่คาดคิด กลุ่มคนร้ายได้เริ่มลั่นไกปืนยิงสมาชิกในครอบครัว ทำให้สมาชิกที่เป็นผู้สูงอายุเสียชีวิต และยิงเจ้าเมอรี่เข้าที่ขาขวาหน้า ขณะที่มันกำลังยืนบังอยู่ข้างหน้าเจ้านายทั้งหลายของมัน

จังหวะนั้นเองที่ทำให้สมาชิกส่วนหนึ่งสามารถหนีได้ทันและรอดชีวิต

หลังเกิดเหตุตำรวจพบมันในสภาพบาดเจ็บอย่างหนักที่ขาขวาหน้า จึงรีบแจ้งหน่วยงานสงเคราะห์สัตว์เข้ามาให้ความช่วยเหลือ และสัตวแพทย์ก็ได้ตัดขาขวาหน้าของมันออกไป เพื่อป้องกันความเจ็บปวดและภาวะแทรกซ้อน

“สภาพของเจ้าเมอรี่แสดงให้รู้ว่ามันไม่ได้ถูกดูแลอย่างดีที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังซื่อสัตย์ต่อเจ้าของอย่างมาก” เบลินดา อับราฮัม จากหน่วยงานสงเคราะห์สัตว์ Cape of Good Hope SPCA

ตอนนี้เจ้าเมอรี่ถูกส่งกลับไปอยู่กับครอบครัวของมันแล้ว หลังจากอาการบาดเจ็บเริ่มหายดี คาดว่ามันน่าจะวิ่งได้ด้วยขาแค่ 3 ขา ในเร็ววันนี้

51

ตูบตัวนี้เดินไกลกว่า 300 กม. เพื่อกลับมาหาเจ้านายเก่าที่รักสุดหัวใจ

  เจ้าตูบรักเจ้านายเก่าสุดหัวใจ หนีออกจากบ้าน-เดินเท้าข้ามประเทศไกล 300 กิโลเมตร เพื่อกลับมาหาหญิงสาวที่เคยช่วยดูแลมันหลังจากถูกรถชน

           วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 เว็บไซต์ Life with dogs เปิดเผยเรื่องราวสุดประทับใจของสุนัขสีดำนาม ชาวี่ ที่ได้หนีออกจากบ้านที่รับเลี้ยงมัน และเดินเท้าข้ามประเทศรัสเซียเป็นระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร เพื่อกลับมาหา นีน่า บารานอฟสกายา หญิงสาวที่เคยดูแลมันเป็นอย่างดี หลังจากที่มันถูกรถชนและไม่มีใครต้องการ

   ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ชาวี่ สุนัขจรจัดสีดำผู้หิวโหยและใกล้ตาย มันมีชีวิตอยู่เดียวดายท่ามกลางสภาพอากาศหนาวเหน็บของประเทศรัสเซีย ขณะที่มันมีชีวิตอยู่ไปวัน ๆ เพื่อรอความตาย จู่ ๆ มันก็ถูกรถชนเข้าอย่างจัง และถูกคนใจร้ายทิ้งให้นอนขาหักและบาดเจ็บท่ามกลางหิมะโดยไม่คิดจะดูดำดูดี โชคดีที่มีคนมาพบมันเข้าจึงนำตัวมันไปส่งโรงพยาบาลสัตว์ได้ทันเวลา

หลังจากชาวี่พ้นขีดอันตราย พลเมืองดีก็ได้ประกาศหาคนดูแลมันลงในเว็บไซต์หาบ้านให้สุนัข แล้วก็มีคนหนึ่งติดต่อเข้ามา เธอชื่อ นีน่า บารานอฟสกายา วัย 26 ปี เธอรับเจ้าชาวี่ไปอาศัยในแฟลตเล็ก ๆ กับครอบครัวของเธอ

           นีน่าดูแลชาวี่อย่างดี เธอซื้อผ้าอ้อมสำหรับสุนัขให้กับมัน เพราะชาวี่ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้ในช่วงแรก ๆ อันเป็นผลมาจากการถูกรถชนและขาหักนั่นเอง นอกจากนี้ นีน่ายังฝึกฝนให้มันเรียนรู้คำสั่งง่าย ๆ และช่วยปลอบใจในยามที่มันตื่นตระหนกจากเสียงรถยนต์

  แต่แล้วงานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกรา นีน่าไม่สามารถเลี้ยงชาวี่ในระยะยาวได้เพราะที่อยู่ของเธอคับแคบเกินไป ในแฟลตของเธอมีแมว 3 ตัว และสุนัขอีก 2 ตัว รวมถึงยังมีครอบครัวของเธออีกด้วย นีน่าจึงพยายามหาเจ้าของใหม่ให้กับชาวี่ แต่มีเพื่อนเพียงคนเดียวที่ตกลงรับเลี้ยงมัน และเขาอยู่ห่างออกไปราว 300 กิโลเมตร

           ดูเหมือนเรื่องราวจะผ่านไปได้ด้วยดี ชาวี่มีบ้านใหม่ที่พร้อมจะรักและดูแลมันไปชั่วชีวิต แต่เช้าของอีกสองวันถัดมา เพื่อนของนีน่าโทรศัพท์มาบอกว่าชาวี่หายตัวไป หลังจากมันขุดหลุมใต้รั้วแล้วหนีออกจากบ้าน ทำเอานีน่าเครียดและช็อกเป็นอย่างมาก

           สองสัปดาห์ให้หลัง นีน่ากำลังเดินเล่นอยู่บนถนน และเธอก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนมีบางสิ่งมาพัวพันที่ขาของเธอ แล้วก็ต้องตกใจอย่างหนักเมื่อพบว่าสิ่งนั้นคือเจ้าชาวี่นั่นเอง ! นีน่าถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาว่าเจ้าหมาจะออกเดินทางไกลขนาดนี้เพื่อกลับมาหาเธอ

           เรื่องราวของนีน่าและชาวี่ถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ผู้คนมากมายต่างซาบซึ้งกับเรื่องราวนี้ และติดต่อนีน่ามาเพื่อเสนอความช่วยเหลือ ทั้งเรื่องเงินทองและอื่น ๆ ที่พวกเขาพอจะช่วยได้ แต่นีน่าก็ปฏิเสธน้ำใจทั้งหมด

“ฉันขอขอบคุณทุกคนมาก ๆ แต่ฉันไม่ได้ต้องการเงิน หากพวกคุณอยากจะช่วย ฉันขอแค่อย่างเดียว คืออย่าดูดายสัตว์ต่าง ๆ ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ พวกเขาต้องการความรักและการเอาใจใส่จากมนุษย์อย่างพวกเรานี่แหละ” นีน่า กล่าว

50

สุดระทึก! มีทติ้งนอนแกว่งเปลที่ความสูง 50 เมตรเหนือเทือกเขาแอลป์

กลุ่มผู้รักความผาดโผนจากกิจกรรมเดินไต่เชือกกลางอากาศผุดงานมีทติ้งประจำปี พร้อมเพิ่มความหวาดเสียวคูณสองด้วยการผูกเปลไว้กับสายสลิงแล้วนอนรับลมกลางเทือกเขาแอลป์ สูงเหนือระดับพื้นดินเบื้องล่างถึง 50 เมตร

ในขณะที่ชีวิตของเราดำเนินไปอย่างเรียบง่ายในแต่ละวัน ยังมีคนอีกมากมายบนโลกใบนี้ที่ใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยงแบบไม่กลัวตาย อย่างกลุ่มคนรักความสูงจากการเดินไต่เชือกผาดโผนกลางอากาศกลุ่มนี้ ที่ได้จัดงานมีทติ้งพบปะสังสรรค์ในหมู่คนรักความหวาดเสียว ชื่อ Highline Meeting ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี ปีละครั้ง

ในปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 แล้วของการจัดกิจกรรมดังกล่าว พวกเขาได้พบปะสังสรรค์กันบนภูเขา Monte Piana หนึ่งในภูเขาของเทือกเขาแอลป์ ประเทศอิตาลี โดยเหตุผลที่เลือกสถานที่แห่งนี้ เป็นเพราะความมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง ซึ่งในอดีตสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 มีทหารชาวออสเตรเลียและอิตาลีกว่า 18,000 นายต้องจบชีวิตลง ณ ที่แห่งนี้

แน่นอนว่าเป็นกิจกรรมของผู้รักการไต่เชือก แต่จะให้มามีทติ้งเดินไต่เชือกข้ามเขาอย่างเดียวก็อาจจะดูธรรมดาเกินไป พวกเขาจึงครีเอทไอเดียกิจกรรมใหม่ ๆ ด้วยการผูกเปลญวนกับสายสลิงบนความสูง 50 เมตรเหนือพื้นดิน แล้วให้ผู้ร่วมงานไปนอนเล่นชิล ๆ กันตามเปลญวนที่ผูกไว้ แม้จะสูงชวนให้เสียวไส้ขนาดไหน แต่ว่าผู้ร่วมงานแต่ละคนก็ยังรีแล็กซ์กันสุด ๆ ประหนึ่งว่ากำลังนอนเปลอยู่ในสวนหลังบ้านยังไงยังงั้น

และไม่ใช่แค่นอนประเดี๋ยวประด๋าว สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการทรงตัวและไต่เชือกขั้นเซียนนั้น พวกเขานอนในเปลญวนเหล่านี้ข้ามคืนกันเลยทีเดียว ก่อนที่นักไต่เชือกมือสมัครเล่นรายอื่น ๆ จะตามมาสมทบการนอนกลางอากาศในช่วงเช้าของอีกวัน ช่างเป็นกลุ่มคนที่มีจิตใจกล้าแข็งจริง ๆ ข้าน้อยขอคาราวะ

นอกจากกิจกรรมสุดหวาดเสียวแล้ว ในงานมีตติ้งก็ยังมีกิจกรรมแบบคนธรรมดาทั่วไปเหมือนกันนะ (เฮ้อ…โล่งอก) โดยมีทั้งปาร์ตี้ปิ้งย่าง มีเครื่องดื่ม และมีการร้องรำทำเพลงสนุกสนาน รวมถึงยังมีกิจกรรมรักสุขภาพอย่างการเล่นโยคะอีกด้วย

48

สามี ส่งข้อความหย่าเมีย หลังเธอสารภาพเคยถูกข่มขืน

 

หมดแล้วความรัก หญิงอินเดียถูกสามีบอกหย่าผ่านการส่งข้อความ หลังเธอสารภาพเคยถูกรุมโทรม เจ้าตัวหัวใจสุดแหลกสลาย หวังให้คนรักยืนเคียงข้าง แต่กลับถูกจบชีวิตคู่ 5 ปี ในข้อความเดียวเท่านั้น

หญิงชาวอินเดียซึ่งไม่ถูกระบุนามวัย 25 ปี แสนเจ็บช้ำหัวใจ หลังตัดสินใจปลดเปลื้องความทุกข์ใจ สารภาพกับสามีซึ่งทำงานก่อสร้างอยู่ที่ดูไบว่า ตนถูกเพื่อนบ้านรุมข่มขืน หวังให้สามีคอยเป็นกำลังใจอยู่เคียงข้างผ่านเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกัน ทว่ากับถูกสามีขอหย่า เว็บไซต์เมโทร รายงานในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 ว่า เธอได้รับข้อความระบุคำว่า “เฎาะลาก” (talaq) 3 ครั้งด้วยกัน อันมีความหมายว่า “หย่าขาดทันที” ตามกฎหมายอิลามหรือกฎชารีอะห์

นอกจากนี้ภรรยาวัยสาวยังถูกแม่สามีไล่ออกจากบ้านและฟ้องร้องเพื่อเอาตัวลูกชายวัย 4 ขวบของเธอไว้เลี้ยงเองด้วย ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้แม่สามีก็รับทราบเรื่องราวและอยู่คียงข้างเธอมาตลอด แต่เมื่อรู้การตัดสินใจของลูกชาย ก็เปลี่ยนท่าทีต่อเธอไปอย่างสิ้นเชิง

“หลังจากฉันสารภาพออกไป เขาก็จบความสมพันธ์ 5 ปี ลงในเวลาแค่ 5 วินาทีเท่านั้น ฉันคิดว่าเขาจะยืนเคียงข้างกันเพื่อผ่านช่วงเวลานี้ไป แต่เปล่าเลย เขาเลือกทางออกที่ง่ายที่สุดเหมือนคนขี้ขลาด แล้วก็บอกหย่าฉันผ่านตัวหนังสือ”

“เพียงแค่ชั่วข้ามคืนฉันก็กลายเป็นคนนอกของครอบครัว มันก็ยังพอทนได้ถ้าเขาไม่พรากลูกชายฉันไปด้วย ตอนนี้ฉันไม่รู้จะอยู่เพื่ออะไรอีกแล้ว” ภรรยาสาว กล่าว

84

สุดยอดปลาทองดวงแข็ง เอาชีวิตรอดในตู้ปลาได้นานถึง 7 ปี หลังตกเป็นเหยื่อ

ปลาทองญี่ปุ่นตัวน้อยใช้ชีวิตหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในตู้ปลาช่อนยักษ์อะเมซอนได้นานถึง 7 ปี หลังมันถูกปล่อยเพื่อเป็นอาหาร น่าทึ่งจนเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำต้องสร้างตู้ปลาใหม่ให้เพื่อเป็นการยกย่อง

           ถ้าพูดถึงปลาทองแล้ว บางคนอาจไม่ได้เห็นค่าของมันมากมายนัก ด้วยความที่เป็นปลาหาง่ายและราคาถูก พวกมันจึงมักถูกใช้เป็นอาหารของปลากินเนื้อที่ตัวใหญ่กว่า เช่นเดียวกับเจ้าปลาทองตัวนี้ ที่ถูกนำไปปล่อยลงในตู้ของปลาอะราไพม่า หรือปลาช่อนยักษ์อะเมซอน แล้วก็ไม่มีใครสนใจพวกมันอีกเลย

  จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งในเดือนเมษายน ขณะที่เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ชิมะ มารีนแลนด์  ประเทศญี่ปุ่น กำลังทำความสะอาดตู้กรองน้ำของตู้ปลาช่อนยักษ์อะเมซอนอยู่นั้นเอง เขาเห็นเงาของปลาขนาดใหญ่ในบ่อกรองน้ำ ซึ่งจริง ๆ แล้วบริเวณนั้นไม่ควรจะมีปลาอะไรอาศัยอยู่เลย เขาจึงคว้าตาข่ายจับปลาและไฟฉายไปสำรวจ แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบปลาทองตัวโตที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในนั้น

เจ้าปลาทองสุดโชคดีตัวนี้เคยถูกปล่อยลงมาในตู้ปลาช่อนยักษ์อะเมซอนเพื่อเป็นอาหาร แต่ด้วยความดวงแข็งของมัน ทำให้มันพลัดตกลงมาในบ่อกรองน้ำที่อยู่ด้านใต้ตู้จัดแสงปลา และรอดชีวิตจากคมเขี้ยวของปลากินเนื้อดุร้ายนั้นมาได้ มันใช้ชีวิตอยู่ด้วยการกินเศษอาหารที่ผ่านเครื่องกรองน้ำ จนกระทั่งมันโตเต็มที่และมีความยาวจากหัวถึงหางประมาณ 25 เซนติเมตร

           เจ้าหน้าที่ที่พบตัวปลาทองบอกว่า มันอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดีทุกอย่าง ไม่มีร่องรอยบาดแผลบนลำตัว ครีบ ตา หรือปาก จะมีก็แต่สีของมันที่ซีดจนเหมือนสีเหลืองมากกว่าสีทอง นั่นเป็นเพราะมันอยู่ในที่ ๆ แสงส่องไม่ถึง และด้วยสีเหลืองอ่อนนี้เอง ทำให้เจ้าหน้าที่รายอื่นที่มาทำความสะอาดตู้ปลาช่อนยักษ์อะเมซอนไม่เคยสังเกตเห็นเจ้าปลาทองตัวนี้เลย ทั้ง ๆ ที่มีการทำความสะอาดกันทุก ๆ เดือน  คาดกันว่า เจ้าปลาทองตัวนี้น่าจะมีอายุมากกว่า 7 ปี เพราะครั้งสุดท้ายที่มีการให้อาหารปลาช่อนยักษ์อะเมซอนด้วยปลาเป็น ๆ นั้นก็เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ก่อนที่ทางพิพิธภัณฑ์จะเปลี่ยนมาให้อาหารแบบอัดเม็ดแทน

           ตอนนี้เจ้าปลาทองกลายเป็นดาวเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไปแล้ว มันได้ว่ายน้ำอย่างมีความสุขอยู่ในตู้ปลาขนาดใหญ่ตู้ใหม่ ที่จัดแสดงนิทรรศการความรู้ต่าง ๆ เรื่องปลาทอง และเล่าเรื่องราวความโชคดีของมันให้เป็นที่ประจักษ์แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย